วันแรกของการ "กลับบ้านก๋ง"
วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕
ตื่นนอนลืมตาบ๊องแบ๊วดูเพดานห้อง เวลาตี ๔ กว่า ว่ากันว่าอาการของโรคชราภาพคือ นอนดึกตื่นเช้า วันนี้แสดงว่าอาการออกสำแดงให้เห็น ต้องตั้งสติค่อยลุกมาอย่าผลีผลาม อาจวิงเวียนตกเตียงตายได้
ลุกขึ้นมาแล้วต้องทำท่าบิดลำตัวกายบริหารด้วยท่ามวยจีนสัก ๕ ท่า เท่าที่จะทำได้ แล้วมานั่งทำสมาธิเล็กน้อย จากนั้นค่อยไปเปิดน้ำอุ่นลงอ่างแช่อาบให้สดชื่น ว่ากันว่า โรงแรมก้ำหยวนแห่งนี้ ใช้วิธีขุดเอาน้ำแร่ใต้ดินลึกตั้ง ๘๐๐ เมตร ขึ้นมาใช้ ถือได้ว่าเป็นจุดขายของโรงแรมที่ดี
ถ่ายรูปกับอาแป๊ะขายผลไม้ ใจจริงไม่ได้อยากซื้อของแต่อยากลองภาษาจีนมากกว่า เลยใช้มือชี้โบ้ชี้เบ้ ถามไปด้วยว่า What? อาแปะไม่ตอบและไม่มีใครตอบได้สักคน และไม่ค่อยยิ้มด้วย ถามเป็นภาษาจีนว่า เด่งนั่งอวย ไตต๊กก้ง ? ก็ไม่มีใครเข้าใจอีก คราวนี้ใช้ภาษาอีสาน ว่า หมากอันหยังนี่ คือ หมากสะมอแท้ (ลูกอะไรนี่ เหมือนลูกสมอแท้)
คราวนี้ได้เรื่องแฮะ อาแปะ เอานิ้วมาชี้ผลไม้ ชนิดหนึ่ง แล้วว่า เฉี่ยมม๊อ ชี้ไปที่ผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ก็ว่า เฉี่ยมม๊อ เฉี่ยมม๊อ ฤาษีเลยเข้าใจว่า อะไร หรือ What ในภาษาอังกฤษ คือ เฉี่ยมม๊อ เขียนเป็นภาษาจีนว่า 什么 แสดงว่าอาแปะได้ยินว่า หมากสะมอ เลยนึกว่า เราถามว่า เฉี่ยมม๊อ ฮะฮา เห็นความดีภาษาลาวอี่สานแล้วไป่......
สรุปว่าถ้าอยากรู้ว่านี่คืออะไร ก็ให้ชี้นิ้วไปสิ่งนั้น แล้วว่า เฉี่ยมม๊อ หรือถ้าจำไม่ได้ก็ให้ว่า ส้มมอ ส้มมอ เป็นภาษาไทยนี่แหละ เขาก็จะตอบภาษาจีนมา ชี้ไปที่ หมาก เขาตอบมาว่า ปิงหลาน ก็หมากที่ยายเคี้ยวหมากนี่แหละ ภาษาจีนว่า ปิงหลาน และอีกคำหนึ่งต้องจำไว้ ถ้าเราจะเปิดปากเจรจา ให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า หนีห่าว (บางทีก็คิดทะลึ่งในใจว่า หนีเห่า โง่งๆๆ ) จะได้รับคำตอบมาว่า หนีห่าว พร้อมรอยยิ้ม ประตูมิตรภาพเปิดแล้ว คราวนี้เราก็ เฉี่ยมม๊อ ต่อไป
ใครไปเมืองจีนให้ท่องจำเอาไว้ ใจกล้า หน้าด้าน หมั่นถาม รับรองได้ภาษาเร็วไว ประทับใจไม่รู้ลืม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น